Login
| มูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของทรัพยากรธรรมชาติที่ปากบารา |
|
|
|
| เขียนโดย Administrator |
| วันอังคารที่ 29 มีนาคม 2011 เวลา 14:23 น. |
|
by Sakanan Plathong on Friday, March 25, 2011
(กองทัพปูทหาร หรือปูกระดุม พบเป็นจำนวนมากในช่วงน้ำลงบริเวณปากบารา)
จุดอ่อนที่สำคัญของการชั่งน้ำหนักเพื่อการตัดสินใจว่า จะเลือกการพัฒนา หรือการอนุรักษ์ คือ การประเมินมูลค่าผลตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจจากการพัฒนาต่างๆ ซึ่งมักมีกระบวนการคิดทางเศรษฐศาสตร์ออกมาเป็นตัวเลขภาพรวมผลประโยชน์จำนวนมาก .. ในทางกลับกัน ผลประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ มักเป็นสิ่งที่ไม่ถูกพูดถึง หรือมีการประเมินเพียงแค่บางส่วน ทุกโครงการ มักไม่ได้มีการประเมินให้ครบถ้วน ถึงมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ของสิ่งแวดล้อม ยกตัวอย่างเช่น หากพิจารณารมูลค่าของสัตว์น้ำ อย่างหอยนางรม ตามโขดหิน นักเศรษฐศาสตร์การพัฒนา มักจะคิดว่าบนหาดนั้นมีหอยนางรมกี่ตัว ขายได้ตัวละเท่าไร ... หรือไปทำแบบสอบถามว่า ชาวบ้านกี่คนที่เดินเก็บหอยนางรม ขายได้วันละเท่าไร ประเมินออกมาเป็นรายปีว่า ชาวบ้านมีรายได้จากหอยนางรมปีละเท่าไร การประเมินมูลค่าทางเศรษฐศาสตร์ในด้านสัตว์น้ำอื่นๆ ก็จะใช้แนวทางนี้เช่นกัน และหากสัตว์น้ำไม่มีมูลค่าในการตลาด ก็มักจะไม่ถูกนำมาคิด .... แน่นอนข้อมูลแบบนี้ ย่อมได้ตัวเลขที่ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับการยอมสูญเสียหอยนางรมไปเพื่อแลกกับโครงการขนาดใหญ่ นักเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม และนักนิเวศวิทยากลับคิดอีกแบบหนึ่ง เขามองว่า มูลค่าของหอยนางรมไม่ได้มีแค่การจับหอยนางรมมาขายเท่านั้น มูลค่าที่แท้จริงของหอยนางรม คือ สิ่งที่หอยนางรมทำหน้าที่ในเชิงนิเวศ ซึ่ง คือ การกรองกินสารอินทรีย์ที่อยู่ในมวลน้ำ ซึ่งเป็นเสมือนการกรองน้ำทะเลให้ใสสะอาดมากขึ้น .... นักเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม มองว่า การทำหน้าที่กรองน้ำของหอยนางรม เทียบได้กับการลงทุนสร้างเครื่องกรองน้ำ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการกรองน้ำ เป็นจำนวนเงินเท่าไร ถ้ามนุษยน์จะต้องสร้างเครื่องกรองน้ำขึ้นมาทำหน้าที่ให้เท่ากับหอยนางรม ที่สูญเสียไป .... ทำนองเดียวกัน เมื่อมีคนถามผมว่า ปูทหารที่ปากบารา หายไปแล้วจะมีผลอะไร ดูเหมือนไม่มีมูลค่าทางการตลาด หรือหากใครคิดไปสร้างกระแสการท่องเที่ยว ชวนนักท่องเที่ยวมาดูปูทหาร จะได้รายได้สักเท่าไรกัน เมื่อเทียบกับการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก มิหนำซ้ำ หากนักท่องเที่ยวมามากเกินไป และขาดการควบคุมการเหยีบย่ำ ปูทหารก็จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง .... สิ่งสำคัญ ของปูทหารที่ปากบารา คงไม่ได้อยู่ที่มูลค่าที่ชาวบ้านจะขายได้ หรือมูลค่าที่จะได้จากการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่คือ การทำความเข้าใจว่า ปูทหารที่ปากบารา ทำหน้าที่เชิงนิเวศอะไร ...
ในยามน้ำลง..ปูทหารที่ปากบารา จะเดินออกมาเป็นฝูงใหญ่เต็มพื้นที่ ระหว่างที่เดินไปก็จะคุ้ยดินเพื่อจะกินสารอินทรีย์ ซากพืชซากสัตว์ที่อยู่ตามดินตะกอนกินเป็นอาหาร การคุ้ยเขียดิน และการฝังตัวของปูทหาร ยังเป็นเหมือนการคุ้ยเอาดินที่อยู่ชั้นล่างขึ้นมาสัมผัสอากาศ ทำให้พื้นดินไม่มีสภาพขาดออกซิเจน คุณภาพดินก็จะดีขึ้น เหมาะกับการอยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่อยู่ในดิน สิ่งมีชีวิตอื่นๆก็จะเพิ่มจำนวน และความหลากหลายมากขึ้น สัตว์หน้าดินเหล่านี้ก็จะกลายเป็นอาหารของกุ้ง หอย ปู ปลา ขนาดใหญ่ต่อไปตามลำดับขั้นของสายใยอาหาร ....
ถ้ามนุษย์ จะต้องสร้างเครื่องมือทำความสะอาดพื้นดิน เก็บซากพืชซากสัตว์ สารอินทรีย์จากดินออกมา และรวมถึงการสร้างเครื่องมือไถพรวนหน้าดินเพื่อเพิ่มออกซิเจนในดิน โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ขึ้นมา ยังมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการเดินเครื่องมือนั้น ซึ่งเป็นการทำหน้าที่เชิงนิเวศบางส่วนของปูทหารปากบารา จะต้องใช้เงินเท่าไร และจริงๆ เราทำได้หรือเปล่า .....
(อีแปะทะเล พบ zone ล่างของหาด ช่วงน้ำลงอยู่หนาแน่นเต็มพื้นที่)
... บริเวณชายหาดปากบารา เป็นบริเวณที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตหน้าดินสูงมาก ในทางนิเวศ จึงมีสิ่งมีชีวิตอีกหลายชนิดอย่างเช่น หอยปากเป็ด (หอยราก) หอยเสียบ อีแปะทะเล หอยมะระ ไส้เดือนทะเล ปู ฯลฯ สัตว์เหล่านี้ กำลังทำหน้าที่เชิงนิเวศเช่นเดียวกัน กับหอยนางรม และปูทหาร ซึ่งมักจะไม่มีการกล่าวถึง ....
.....
สัตว์หน้าดินในบริเวณนี้ มีน้อยมาก ซึ่งขัดแย้งกับความจริงอย่างสิ้นเชิง ....
หอยเสียบ และหอยหวาน (หอยตลับ) พบได้ทั่วไปบริเวณหาดปากบาราส่วนบนที่เป็นทราย
(หอยปากเป็ด หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าหอยราก
|






