Login
| ท่าเรือน้ำลึกปากบารา... ความคาดหวังอันสูงส่งของคนใต้ต่อชาว มอ. |
|
|
|
| เขียนโดย Administrator |
| วันอังคารที่ 29 มีนาคม 2011 เวลา 10:26 น. |
|
by Sakanan Plathong on Monday, January 31, 2011
วันนี้ผมเดินทางไปที่ปากบารา ไปให้ข้อมูลเรื่องความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเลของคนปากบารา ไปบอกเขาว่า สิ่งที่เขาเห็นมาตั้งแต่เด็ก สิ่งที่เขามองเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา เป็นทรัพยากรธรรมชาติธรรมดาๆ นั้น เป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก ไม่พบในที่ไหนอีก แนวปะการังที่เขารู้สึกว่า สวยงามสู้หมู่เกาะสุรินทร์ สิมิลันไม่ได้นั้น ผมได้ชี้ให้เขาเห็นว่า แนวปะการังของคนสตูลดีอย่างไร ในสภาวะที่ปะการังที่หมู่เกาะสุรินทร์ สิมิลัน ภูเก็ต พีพี ตายจากการฟอกขาวเป็นจำนวนมาก แต่แนวปะการังที่สตูลสามารถปรับตัว และทนต่อสภาวะการฟอกขาวได้ดี และฟื้นกลับคืนมาจนไม่เห็นร่องรอยของการฟอกขาว ผมเห็นแนวปะการังมามากพอที่จะบอกว่า แนวปะการังที่สตูลมีความหลากหลาย และมีสถานภาพดีที่สุดของทะเลไทย ผมเห็นทะเลมามากพอที่จะบอกว่า..ป่าชายเลนที่เขาเห็นว่าเป็นดินเลนเฉอะแฉะ มีป่าโกงกางรกรุงรังนั้น ไม่ได้พบทั่วไปในประเทศอื่นๆ ชายหาด และหาดโคลนที่ดูสีดำไม่สวยงาม มีสีขาวสะอาดเหมือนแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังทางอันดามันตอนเหนือ คือ แหล่งอาศัยของสัตว์น้ำที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของทะเลอันดามัน และเป็นสภาพที่จะไม่มีวันได้เห็นที่ท่าเรือปีนังของประเทศเพื่อนบ้าน กุ้งหอย ปูปลา ที่เขากินมาตั้งแต่เด็ก รสชาติที่เขาบอกว่าธรรมดาสุดๆ นั้น ไม่สามารถหากินได้จากการเลี้ยง กุ้งที่คนปากบารากินกัน กุ้งที่ผมนั่งกินเมื่อตอนเที่ยงวันนี้ มีรสชาติหวานกว่า กุ้งขาวที่เลี้ยงตามบ่ออย่างเทียบกันไม่ได้ วันนี้ ผมไปบอกคนปากบาราว่า ธรรมชาติในท้องทะเลสตูลมีคุณค่าอันยิ่งใหญ่ในระดับสากล ที่จะได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก ผมมีทางเลือกให้เขาว่าจะตอบรับการพัฒนาในโครงการท่าเรือน้ำลึก การขนส่งทางทะเล สินค้า น้ำมัน และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง หรือว่า จะช่วยกันรักษาท้องทะเลสตูลเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน บนวิถีชีวิตของตัวเอง “คนปากบาราไม่จำเป็นต้องมีชีวิตให้เหมือนคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง” ผมบอกเขาว่า สตูลเป็นส่วนหนึ่งของช่องแคบมะละกา กระแสน้ำจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างพัดรวมมาสะสมที่ชายฝั่งทะเลสตูล ธาตุอาหารต่างๆ จากแผ่นดิน และจากทะเลจะถูกพัดพามาสะสมที่ชายฝั่งทะเลสตูล เป็นที่อยู่อาศัย หากินของสัตว์น้ำนานาชนิด ในทำนองเดียวกัน สารพิษต่างๆ หากเกิดขึ้นในบริเวณนี้ ก็จะไม่ถูกพัดพาไปไหน มันจะตกสะสมอยู่ตลอดชายฝั่งทะเลสตูล ผมบอกให้เขานึกถึงภาพขยะจำนวนมากในช่วงลมมรสุม ทุกวันนี้..ขยะจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย จากการเดินเรือทั้งหลายถูกพัดมากองตลอดชายฝั่งสตูล ผมถามเขาว่า พวกเราเชื่อหรือไม่ว่า การขนส่งทางทะเล จะไม่มีการรั่วไหลใดๆ ของน้ำมัน และสารเคมีต่างๆ ลงทะเล เชื่อหรือไม่ว่าจะไม่มีอุบัติเหตุทางเรือที่ทำให้เกิดการรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมี และถ้าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นมา สารพิษเหล่านี้มันจะไปไหน .. ถ้าไม่ได้อยู่ที่ชายฝั่งทะเลสตูล ในฐานะอาจารย์คนหนึ่งของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า ม.อ. ที่ประชุมวันนี้ ทำให้ผมต้องตระหนักมากยิ่งขึ้นว่า คนใต้คาดหวังกับ มอ. อย่างไร หลายคนบอกให้ผมฟังว่า เขาผิดหวังมาก ที่ มอ. รับจ้างมาทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา หลายคนเริ่มสับสนว่า มอ. ยังคงเป็นที่พึ่งของเขาอยู่อีกหรือเปล่า ในฐานะที่ มอ. เป็นมหาวิทยาลัยที่คนใต้คาดหวังมากที่สุด ผมคาดหวังว่า บุคลากรของ มอ. ที่รับจ้างทำงานประชาสัมพันธ์โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา จะใช้จิตวิญญานของการเป็นนักวิชาการอย่างเที่ยงธรรม และจะไม่ทำหน้าที่.. “โฆษณาชวนเชื่อให้กับโครงการ” แต่จะทำหน้าที่วิเคราะห์ ผลการศึกษาว่า มีจุดอ่อนอย่างไร สิ่งที่โครงการพยายามบอกชาวบ้านนั้น เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ในห้วงเวลาที่ผมรู้สึกว่า...ผมเหนื่อยมาก.. ผมน่าจะพอแล้วกับการทำงานต่างๆ ในทุกวันนี้ ชาวปากบารากับความคาดหวังอันสูงส่งต่อมหาวิทยาลัยสงขลานรินทร์ ทำให้ผมต้องทบทวนตัวเองอีกครั้ง ผมบอกเขาก่อนปิดประชุมว่า “ขอให้เชื่อมั่นเถิดว่า มอ. ยังเป็นที่พึ่งของคนใต้อยู่เสมอ ไม่ต้องมีใครมาจ้าง... ผมจะมาเอง ผมจะมาประชาสัมพันธ์ ประกาศให้ทุกคนรู้ถึงความสมบูรณ์ของทะเลสตูล ทุกครั้งที่ทุกคนต้องการ”
|
| แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 29 มีนาคม 2011 เวลา 10:28 น. |



