หน้าหลัก ก่อร่างสร้างตัว
ก่อร่างสร้างตัว PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม 2010 เวลา 11:01 น.

ตำนาน PREB
Plathong Reef Ecosearch Biologists

 

โลโก้ PREB

 

เรียบเรียงโดย...อาจารย์ศักดิ์อนันต์   ปลาทอง

 
    ช่วงบ่ายวันหนึ่งของปี พ.ศ. 2541 ช่วงเวลาที่ผมมุ่งมั่นว่าจะได้ทำงานวิจัยชิ้นใหญ่สักชิ้น แต่ผมกลับต้องมานั่งถามตัวเองว่า ทำไมโครงงานศึกษาวิจัยเรื่องความหลากหลายของปะการัง จึงไม่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานให้ทุน นั่งมองอุปกรณ์ดำน้ำของภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งมีอุปกรณ์ดำน้ำ รุ่น BC คอม้า กับ regulator รุ่นที่ผมเคยใช้สมัยเรียนปริญญาตรีที่จุฬาฯ เมื่อปี 2532 ที่ผมเริ่มหัดดำน้ำ ที่ข้างห้องทำงานผมมีถังดำน้ำ ที่ไม่ได้รับการตรวจสภาพมา 5 ปี แล้ว
    แน่นอน ที่ภาควิชาชีววิทยาไม่มี compressor สำหรับอัดอากาศลงถังดำน้ำ สถานการณ์เช่นนี้ ผมไม่สามารถไปดำน้ำ ในบริเวณที่ไม่มีร้านให้เช่าถังดำน้ำได้เลย เพราะวันหนึ่งถ้าดำน้ำกันคนละ 2 ถัง ก็จะดำน้ำกันได้ 2 คน เท่านั้น และก็จะต้องนำถังดำน้ำไปที่ร้านอัดอากาศ
และที่สำคัญ ผมยังไม่มีทีมงานสำหรับการทำงานวิจัยใต้น้ำ ผมแปลกใจ แผ่นดินภาคใต้ที่มีทรัพยากรแนวปะการังมากมายอยู่ใกล้ตัว แต่ไม่มีใครทำงานวิจัยปะการังอย่างต่อเนื่อง หลายคนทำงานวิจัยปะการังเป็นพักๆ ตามแต่แหล่งทุนจะเอื้ออำนวย จะว่างานวิจัยปะการังทำมาจนรู้มากแล้ว ก็ไม่ใช่ เพราะทุกวันนี้ผมยังค้นพบสิ่งใหม่ๆ จากแนวปะการัง และนับวันแนวปะการังก็ยิ่งเสื่อมโทรมลง เพราะขาดงานวิจัยที่สนับสนุนการจัดการแนวปะการังอย่างถูกวิธี
    ผมจะเริ่มงานของผมอย่างไรดี ในสภาวะที่ไม่มีเงินทุนวิจัย ไม่มีทีมงาน และไม่มีอุปกรณ์ที่เพียงพอ
    ผมไม่โทษแหล่งทุน เพราะผมอยู่ในฐานะนักวิจัยใหม่ โครงการที่เสนอไปคงจะใหญ่มากสำหรับนักวิจัยใหม่อย่างผม ใครจะเชื่อว่าผมจะทำได้ 
    โครงงานที่ผมเสนอ อาจจะเป็นโครงการที่ใหญ่เกินตัว แต่ผมก็ต้องเสนอเพื่อให้เห็นภาพรวมของการศึกษาทางด้านอนุกรมวิธานปะการังของบ้านเรา ว่านักวิจัยบ้านเราควรจะทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แน่นอนว่างบประมาณจำนวนมาก คือ งบสำหรับอุปกรณ์ดำน้ำ และกล้องถ่ายภาพใต้น้ำ ซึ่งมีราคาแพง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการออกทะเล ซึ่งสูงกว่าการศึกษาทางบก
    ผมนั่งนึกถึงอดีต ตั้งแต่สมัยเป็นนิสิต จุฬาฯ ติดสอยห้อยตามรุ่นพี่ ไปสำรวจแนวปะการังในที่ต่างๆ ของอ่าวไทย และอันดามัน ภายใต้ทีมงานของ ดร.สุรพล สุดารา ที่กำลังสำรวจแนวปะการังในอ่าวไทย ในโครงการ ASEAN Australia สมัยนั้นอุปกรณ์ดำน้ำ ยังดีกว่าที่ภาควิชาชีววิทยาที่ผมอยู่เสียอีก บุคลากรด้านปะการังถือกำเนิดจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยหลายคน ที่ล้วนแต่เป็นหลักสำคัญของงานวิจัยปะการังในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ดร.ธรรมศักดิ์ ยีมิน (รามคำแหง) ดร.วิภูษิต มัณฑจิตร (บูรพา) ดร.สุวลักษณ์ สาธุมนัสพันธุ์ (มหิดล) ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ (เกษตรศาสตร์) และคุณอุกกฤต สตภูมินทร์ (สถาบันวิจัยชีววิทยาและประมงทะเล จ.ภูเก็ต)
    กำลังสำคัญเหล่านี้เอง ที่บุกตะลุยทั่วน่านน้ำไทย ไปเก็บรวบรวมข้อมูลในทะเล เอากลับมาวิเคราะห์ให้กับโครงการ ASEAN Australia ที่นำไปสู่ความตื่นตัวด้านระบบนิเวศปะการังที่สำคัญของประเทศ
    แล้วผมก็มุ่งหน้าไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย เพื่อศึกษาในระดับปริญญาโท ด้านชีววิทยา และการจัดการแนวปะการัง การจัดการพื้นที่คุ้มครองทางทะเล โดยมีวิทยานิพนธ์ เกี่ยวกับการสร้างเส้นทางศึกษาปะการัง และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับปะการัง
    กลับมาจากออสเตรเลียผมมุ่งหน้ามาเป็นอาจารย์เป็นนักวิจัยทางนิเวศวิทยาปะการังในภาคใต้ ด้วยเป็นแผ่นดินที่ขนาบด้วยทะเลทั้งสองด้านที่แตกต่างกัน ในขณะที่ยังขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับชีววิทยา นิเวศวิทยา และการจัดการแนวปะการัง
ผมมุ่งหวังว่าจะได้ทำงานวิจัยด้านปะการัง ทุ่มเทชีวิตเพื่อจะเป็นนักชีววิทยาปะการัง มือระดับต้นๆ ของประเทศ สร้างทีมงานวิจัยรุ่นใหม่ขึ้นมาด้วยตัวเอง
    แล้วผมก็ได้รับคำตอบให้กับตัวเองว่า ความเป็นไปได้ในการทำงานวิจัยไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ นักวิจัยใหม่ที่ไม่อยู่ใต้ร่มใคร ไม่ได้ติดสอยห้อยตามใคร ไม่ได้จบปริญญาเอก  เติบโตท่ามกลางความแตกต่างของผู้ร่วมงานที่เน้นงานวิจัยทางบกเป็นหลัก ไม่สามารถจะตั้งตัวขึ้นมาได้ง่ายๆ
    ผมเริ่มค้นหาแนวทางของผมเอง ที่จะไปสู่เป้าหมายของการเป็นนักวิจัยปะการัง ถ้าผมจะต้องเริ่มต้นอย่างนักวิจัยใหม่ ด้วยงบประมาณหลักหมื่น หรือต้นหลักแสนที่นักวิจัยใหม่มักจะได้รับ ผมคงไม่สามารถหาอุปกรณ์ดำน้ำ และกล้องถ่ายรูปใต้น้ำมาใช้ได้ และผมต้องรออีกหลายปีกว่าจะได้ทำงานชิ้นนี้ 
    แล้วผมก็ตัดสินใจมุ่งกลับไปยังแนวทางที่ผมได้เล่าเรียนมาจากหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดการแนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดของโลก Great Barrier Reef Marine Park Authority นั่นหมายความว่าผมกำลังจะมุ่งไปสู่งานด้านการจัดการแนวปะการัง และทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล 
ผมรู้ดีว่า ถ้าผมจะสร้างตัวขึ้นมาในแนวทางนี้ ความสำเร็จมิใช่ขึ้นอยู่กับตัวผมคนเดียว หากแต่เป็นผู้ร่วมงานที่มีทั้งใจ และความรู้ รวมถึงประสบการณ์จากทะเล
    .... แต่ผมก็ยังไม่มีคนเช่นนี้อยู่รอบด้าน
    ผมละทิ้งงานวิจัยปะการัง ตั้งหน้าตั้งตาถ่ายทอดความรู้พื้นฐานด้านปะการัง และระบบนิเวศทางทะเลให้แก่นักเรียน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสร้างกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาทำงานทางทะเล จะสอนให้เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล เป็นผู้มีความสามารถในการประสานงานโครงการ และเหนือสิ่งอื่นใด
    ... สอนให้เขารักทะเล

         ทีมงาน PREB                                                                         ผมเริ่มต้นแนวทางของผม ด้วยการนำความรู้ และประสบการณ์จากห้องเรียนและชีวิตจริงเข้าทำงานบริการวิชาการ ผมเดินเข้าไปที่ส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล กรมป่าไม้ บอกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า ผมจบมาทางด้านการจัดการแนวปะการัง โดยเฉพาะพื้นที่คุ้มครองทางทะเล (Marine Protected Areas) อยากนำความรู้ที่มีอยู่ทำประโยชน์ให้กับประเทศ ผมโชคดีที่ส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเลกำลังจะประกาศให้หน่วยงานต่างๆ ยื่นข้อเสนอโครงการในการจัดทำแผนแม่บทการจัดการอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ. ภูเก็ต ผมรีบกลับมาทำข้อเสนอโครงการเสนอต่อกรมป่าไม้ ในนามของภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  แล้วผมก็ได้รับการคัดเลือกให้ทำงานชิ้นนี้

     ผมใช้เวลานอกเหนือการสอน ทำงานชิ้นนี้ ชักชวน เพื่อน และนักเรียนที่มีความสนใจเข้ามาร่วมงาน ถ่ายทอดประสบการณ์นอกห้องเรียน และถือโอกาสเริ่มต้นงานศึกษาแนวปะการังขึ้นมา
     นอกจากงานศึกษาวิจัย เพื่อจัดทำแผนแม่บทการจัดการอุทยานแห่งชาติสิรินาถแล้ว ผมยังได้ทำงานบริการวิชาการหลายโครงการ โดยได้รับผลพลอยได้ คือ การได้มีโอกาสศึกษาแนวปะการังในบริเวณต่างๆ ของภาคใต้ตอนล่าง และเป็นโอกาสที่ผมได้รวบรวมทีมงานที่มีความสามารถในด้านต่างๆ เข้ามาทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะการได้ ป้อม (ทนงศักดิ์ จันทร์เมธากุล) และโจ้ (จิระพงศ์ จีวรงคกุล) เข้ามาร่วมงาน และตามมาด้วยสมาชิกคนอื่นๆ ของทีม ไม่ว่าจะเป็น เอ็ม (กิตติพันธุ์ ทรัพย์คูณ) บอย (อภิสิทธิ์ เดชสุวรรณ) วุธ (สราวุธ ศิริวงศ์) แอ่ว (วราณ สุวรรณโณ) แยม (กิรณา กิระวานิช) พงศ์ (พงศ์ธีระ บัวเพ็ชร) และต้น (ศุภชัย ธรรมโชติ)  ที่สุด แอ่ว และผองเพื่อน ก็ถือโอกาสมัดมือชก ตั้งชื่อทีมงานของพวกเราว่า

PREB (Plathong Reef Ecosearch Biologist)

 

     ในขณะที่ผมรวบรวมสมาชิก และเงินทุน ก่อตั้งบริษัท Marine Ecosearch Management Co., Ltd. เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน 
ผลจากการทำงานหนัก ทำให้เรามีรายได้มาซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับการทำงานมากขึ้นเรื่อยๆ จนเรามีอุปกรณ์ของเราเอง ในขณะที่อุปกรณ์เดิมของภาควิชาที่อยู่ในสภาพชำรุด ก็ถูกเก็บเข้าตู้ ถ้าผมต้องนั่งรอเฉยๆ โดยไม่ทำอะไร วันนี้ก็คงได้แต่นั่งรออุปกรณ์ดำน้ำ แล้วก็แก้ตัวกับคนอื่นว่า ไม่ทำงานวิจัย เพราะไม่มีอุปกรณ์

 

อุปกรณ์ดำน้ำ อุปกรณ์ดำน้ำ อุปกรณ์ดำน้ำ

 

 วันนี้ของเรา

 

    ช่วงเวลานี้ เรามีเกือบทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับงานวิจัยปะการัง เรามีทีมงานมากกว่า 10 ชีวิต ที่มีความชำนาญในด้านต่างๆ เกี่ยวกับทะเล นอกเหนือจากอุปกรณ์ที่จัดหามาด้วยเงินรายได้ของทีมงาน เรายังได้รับงบประมาณจาก World Bank และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ของสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินินาถ สำหรับอุปกรณ์ดำน้ำ กล้องถ่ายรูปใต้น้ำ และห้องทำงาน ในขณะที่คณะวิทยาศาสตร์สนับสนุนเครื่องอัดอากาศ จนปัจจุบันเรามีความพร้อมสำหรับการดำน้ำพร้อมๆ กันถึง 10 คน และตัวอย่างปะการังจำนวนมาก ที่ยังไม่สามารถจำแนกชนิดได้ทั้งหมด เนื่องจากขาดรายละเอียดที่เราไม่สามารถเก็บรวบรวมได้ คือ ภาพถ่ายใต้น้ำ เพราะช่วงที่เราเก็บตัวอย่าง เราไม่มีกล้องถ่ายรูปใต้น้ำ

 

กิจกรรมทีมงาน

 

    ทีมของเรามีศักยภาพพอที่จะแสดงให้เยาวชนจากหลายโรงเรียนในภาคใต้ ได้เห็นว่าภาคใต้มีทรัพยากรทางทะเลที่สำคัญ ด้วยการนำเงินรายได้ที่ได้รับจากงานบริการวิชาการ มาจัดแสดงนิทรรศการโลกใต้ทะเล ในสัปดาห์วิทยาศาสตร์ปี 2543 ใครจะคาดคิดว่า งบประมาณ 3,000 บาท ที่เราได้รับมาจากคณะวิทยาศาสตร์ จะกลายเป็นงานใหญ่ ที่มีนักเรียนเบียดเสียดกันเข้าชมงานอย่างล้นหลาม แต่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ เราควักกระเป๋าลงไปอีกกว่า 50,000 บาท 
    เราได้รับความไว้วางใจจากส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล กรมป่าไม้ ให้จัดทำเส้นทางศึกษาแนวปะการังที่อุทยานแห่งชาติสิมิลัน และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร  เป็นผู้ทำแผนแม่บทการจัดการอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต  และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จ.ชุมพร เราได้รับความไว้วางใจให้ทำการศึกษาสถานภาพของแนวปะการังที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน และนำไปสู่การเสนอให้ปิดกองหินแฟนตาซี ซึ่งเป็นจุดดำน้ำที่สำคัญเพื่อการฟื้นฟูแนวปะการัง
    หน่วยวิจัยของเรากลายเป็นผู้ประสานงานให้ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาร่วมงานในส่วนของทรัพยากรทางบก ธรณีวิทยา สังคมและชุมชน ภูมิสถาปัตยกรรม ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ และกฎหมาย เพื่อให้งานของเราครอบคลุมศาสตร์ทุกเรื่องที่สำคัญต่อการจัดการแนวปะการังและชายฝั่งทะเล ผลจากงานที่ผ่านมา ทำให้ได้ไปฝึกอบรมเรื่อง การอนุรักษ์และการจัดการแนวปะการัง ที่ญี่ปุ่น เข้าร่วมประชุมด้านการจัดการพื้นที่คุ้มครองทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเล หรือการประชุมในระดับนานาชาติหลายครั้ง และการสรุปรวบรวมกฎเกณฑ์ต่างๆ ของการจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองทางทะเลของ ASEAN เพื่อนำเสนอร่างเกณฑ์การจัดตั้งพื้นที่คุ้มครองทางทะเลของอาเซียน (ASEAN Marine Protected Areas) ให้ที่ประชุมนักวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศรับรอง
    ในด้านการศึกษาระบบนิเวศหญ้าทะเล เราเป็นคณะทำงานหลักภาคสนาม และเขียนแผนการจัดการหญ้าทะเล ในโครงการ UNEP GEF Project on Reversing Environmental Degradation Trends in the South China Sea and Gulf of Thailand.
    ในปี 2547 เราได้รับมอบหมายจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้จัดทำโครงการเสนอพื้นที่อุทยานแห่งชาติเพื่อเป็นอุทยานมรดกอาเซียน (ASEAN Heritage Park) ได้แก่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ และอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ในปีเดียวกันนี้ เรายังได้รับมอบหมายจากมหาวิทยาลัยให้เป็นส่วนหนึ่งของคณะนักวิจัยในโครงการประเมินผลโครงการฟื้นฟูทรัพยากรชายฝั่งทะเล อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานี และยังมีงานสำรวจทรัพยากรทางทะเลอีกหลายงาน เช่น การประเมินผลกระทบจากการสำรวจและขุดเจาะปิโตรเลียมในอ่าวไทย ทั้งในน่านน้ำไทย และน่านน้ำกัมพูชา ตลอดจนการศึกษาผลกระทบจากการวางท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย
    ปี 2547 งานจัดทำแผนแม่บทการจัดการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร ยังได้รับการคัดเลือกจากผู้จัดงานให้ไปเสนอผลงานในการประชุม International Coral Reef Symposium ที่เมืองโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น

 

โปสเตอร์งานบริการวิชาการ

      หลังจากปี 2547 เป็นต้นมา หน่วยวิจัยของเราเติบโตแบบก้าวกระโดด ทำงานใหญ่ๆ ระดับประเทศหลายโครงการ เช่น สำรวจและฟื้นฟูแนวปะการังหลังคลื่นสึนามิ การจัดทำปะการังเทียมเพื่อการท่องเที่ยว และการรวบรวมองค์ความรู้และข้อเสนอแนะการบริหารจัดการปะการังเทียมของประเทศ การทำสื่อหนังสือสำหรับลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา การจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวใต้ทะเล การส่งเสริมการท่องเที่ยวดำน้ำ และการจัดทำเอกสารเพื่อเสนอพื้นที่แหล่งอนุรักษ์ทะเลอันดามันให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
       ผมเคยนั่งคิดว่า ในช่วง 12 ปี ที่ผ่านมา ถ้าผมได้ทุนวิจัยปะการังด้วยงบประมาณ 3 ล้านบาท สำหรับการจัดหาอุปกรณ์ การออกภาคสนาม และการเผยแพร่ความรู้ วันนี้ผมจะทำงานได้ถึงไหน ในโครงการที่ผมขอทุนวิจัย ผมตั้งเป้าหมายไว้ว่า ผมจะสามารถเก็บรวบรวมตัวอย่างปะการัง พร้อมภาพถ่ายใต้น้ำของปะการังทุกชนิดในน่านน้ำไทย มีหนังสือคู่มือจำแนกชนิดปะการังในน่านน้ำไทย และโครงการอบรมให้ความรู้การจำแนกชนิดปะการังให้กับนักวิจัยที่สนใจ ถ้าผมทำงานนี้ ผมคงเป็นนักชีววิทยาปะการัง หรือนักอนุกรมวิธานปะการัง ตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก ไม่ใช่ผู้ที่ทำงานด้านการจัดการแนวปะการังเหมือนในปัจจุบัน
       ผมไม่รู้ว่า ผลจากการถูกปฏิเสธการสนับสนุนครั้งนั้น ทำให้ประเทศไทย ต้องเสียนักชีววิทยาปะการังไร้ฝีมือไป 1 คน แล้วได้นักจัดการแนวปะการังมือดีมา 1 คน หรือเปล่า เพราะแนวทางการจัดการแนวปะการังที่ผมเสนอไป ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ผลงานต่างๆ ของเราจะเป็นเครื่องพิสูจน์

 

 

กิจกรรมทีมงานกิจกรรมทีมงานกิจกรรมทีมงาน

 


“We work for the highest quality and safety”

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม 2011 เวลา 14:49 น.